Smoke Detector กับ Heat Detector ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้อุปกรณ์ตรวจจับเพลิงไหม้แบบไหนดี ใน ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm System) อุปกรณ์ตรวจจับเหตุเพลิงไหม้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการแจ้งเตือนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Smoke Detector และ Heat Detector แม้ว่าทั้งสองอุปกรณ์จะมีหน้าที่ตรวจจับเหตุเพลิงไหม้เหมือนกัน แต่หลักการทำงานและพื้นที่ติดตั้งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนและลดการแจ้งเตือนผิดพลาดได้อย่างมาก Smoke Detector คืออะไร? Smoke Detector หรือเครื่องตรวจจับควัน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจจับอนุภาคควันที่เกิดจากการเผาไหม้ในระยะเริ่มต้น ก่อนที่อุณหภูมิภายในห้องจะสูงขึ้นมาก เมื่อเกิดควันจากเหตุเพลิงไหม้ ตัวอุปกรณ์จะส่งสัญญาณไปยัง Fire Alarm Control Panel เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้อาคารทันที https://www.duangpornsawan.com/blog/11559/smoke-detector-vs-heat-detector
Fire Alarm Graphic Annunciator คืออะไร? ระบบแสดงตำแหน่ง Fire Alarm Fire Alarm Control Panel (FACP) หรือ ตู้ควบคุมระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ เป็นอุปกรณ์หลักที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจจับต่างๆ ภายในอาคาร เช่น Smoke Detector, Heat Detector, Manual Call Point และอุปกรณ์แจ้งเตือนต่างๆ ก่อนประมวลผลและสั่งงานระบบให้ทำงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ปัจจุบัน Fire Alarm Control Panel ถูกติดตั้งในอาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงพยาบาล ศูนย์การค้า และอาคารสูง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน Fire Alarm Control Panel ทำงานอย่างไร? เมื่ออุปกรณ์ตรวจจับ เช่น เครื่องตรวจจับควัน (Smoke Detector) หรือเครื่องตรวจจับความร้อน (Heat Detector) ตรวจพบความผิดปกติ ระบบจะส่งสัญญาณมายัง Fire Alarm Control Panel เพื่อประมวลผลและดำเนินการดังนี้ แจ้งเตือนผ่านไซเรน (Fire Alarm Bell) เปิดไฟสัญญาณเตือน (Strobe Light) แสดงตำแหน่งที่เกิดเหตุ ส่งข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุม สั่งงานระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ควบคุมระบบระบายควัน (Smoke Control System) สั่งปลดล็อกประตูหนีไฟ ด้วยเหตุนี้ Fire Alarm...